ย่านาง & เท้ายายม่อม
เส้นสายระบายสีธรรมชาติ

ฟ้าทะลายโจร (ทุกคนรู้แฟนคลับรู้ ปลูกฟ้าทะลายโจรไม่ยาก)

ฟ้าทะลายโจร (ทุกคนรู้แฟนคลับรู้ ปลูกฟ้าทะลายโจรไม่ยาก)

ต้นไม้ที่มีชื่อบ่งบอกคุณภาพของตัวยามีคุณสมบัติในการรักษาได้ชะงัก รวดเร็ว เด็ดขาด ดังเฉกเช่น โจรขโมยเข้าปล้นเมื่อฟ้าสางจำต้องล้าถอยออกไปไม่ยืดเยื้อ ถึงได้ชื่อนี้มา ต้นสมุนไพรที่ผมจะหยิบยกมาเขียนถึงในบทความนี้ก็คือ ฟ้าทะลายโจรนั่นเองครับ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.ex Nees ชื่อสามัญ: Kariyat , The Creat วงศ์: ACANTHACEAE ในแต่ละท้องถิ่นจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปอย่างเช่น สงขลาจะเรียกฟ้าทะลายโจรว่าหญ้ากันงู ทางกรุงเทพฯ ที่ใช้ภาษาไทยกลางจะเรียกฟ้าทะลายโจรในชื่อ น้ำลายพังพอน ฟ้าละลายโจร เป็นต้น

ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุก สูง 30-70 ซม. ทุกส่วนมีรสขม กิ่งเป็นใบสี่เหลี่ยม ใบ เดี่ยว แผ่นใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ช่อ ออกที่ปลายกิ่งและซอกใบ ดอกย่อย กลีบดอกสีขาว โคนกลีบติดกัน ปลายแยก 2 ปาก ปากบนมี 3 กลีบ มีเส้นสีม่วงแดงพาดอยู่ ปากล่างมี 2 กลีบ ผล เป็นฝัก เมื่อแก่เป็นสีน้ำตาล แตกได้ ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก

วิธีปลูกฟ้าทะลายโจร

1.การเตรียมดินและคัดเมล็ดพันธุ์
ดิน : ควรกำจัดวัชพืชก่อน จากนั้นค่อยใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองพื้นและบำรุงดิน การปรับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินให้มีอินทรีย์วัตถุไม่น้อยกว่า3.5% สำหรับดินร่วนเหนียว pH ระหว่าง 5.5-8.0 P มากกว่า 15 ppm และ K มากกว่า100 ppm
เมล็ดพันธุ์ : ควรคัดเลือกเมล็ดจากฝักที่แก่จัด เมล็ดมีสีน้ำตาลแดง เมล็ดสมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลงทำลาย เมล็ดพันธุ์ 1 กรัมจะมีเมล็ดประมาณ 1,000 เมล็ด โดยทั่วไปเมล็ดพันธุ์ที่ดีควรมีความงอกไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 85 เมล็ดฟ้าทลายโจรเปลือกหุ้มหนาและแข็ง และมีสภาพภายในเมล็ดบางประการที่ทำให้เมล็ดมีการพักตัว จึงควรกระตุ้นความงอกหรือแก้การพักตัว ก่อนเพาะเมล็ด หรือก่อนปลูกดังนี้

– เมล็ดฟ้าทลายโจรที่เก็บใหม่หรือมีอายุการเก็บรักษานานน้อยกว่า 2 เดือน ควรแก้การพักตัวโดยแช่เมล็ดในน้ำนาน 24 ชั่วโมง หรือแช่ในน้ำร้อน นาน 5-7 นาที แล้วนำขึ้นมาผึ่ง ไว้ให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง
– เมล็ดฟ้าทะลายโจรที่มีอายุการเก็บรักษานานประมาณ 1 ปี ควรแก้การพักตัวโดยเก็บที่อุณหภูมิ 10 องศาเซลเซียส นาน 1 เดือน หรืออบที่อุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียส นาน 48 ชั่วโมง

2.วิธีปลูก
นำเมล็ดผ่านการกระตุ้นความงอกแล้วผสมทรายหยาบอัตรา 1:1-2 ส่วน แล้วโรยเมล็ดเป็นแถวแนวขวาง แต่ละแถวห่างกันประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วกลบด้วยดินบาง ๆ ประมาณ 7-15 วันจะเริ่มงอก เมื่อต้นกล้ามีอายุประมาณ 30 วัน แล้วย้ายกล้ามาปลูกในแปลง หรือในกระถาง

3.การดูแลรักษา
– การคลุมแปลง: โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกเป็นที่โล่งแจ้ง ลมพัดแรงจัด แดดจัด ฝนตกชุก ควรคลุมแปลงด้วยฟางหรือใบหญ้าคาบางๆ เพื่อลดการชะล้างของน้ำความชื้น ทำให้เมล็ดงอกได้เร็วขึ้น
– การปลูกซ่อม: หลังจากปลูกแล้วประมาณ 7-15 วัน ถ้าพบว่าต้นกล้าที่ปลูกตายหรือไม่งอก ควรปลูกซ่อมทันที
– การถอนแยก: หลักจากปลูกแล้วประมาณ 30-45 วัน ถ้าพบว่าต้นกล้าที่ขึ้นแน่นมากเกินไป ให้ทำการถอนแยกไปปลูกในแปลงอื่น

4.การให้น้ำ

ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและพอเพียง ตั้งแต่ปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยว ในช่วงที่มีแดดจัดหรือหน้าร้อนควรรดน้ำ 2 ครั้งต่อวัน ทั้งเช้าและเย็น หากมีแดดไม่จัดมาก รดน้ำวันละครั้งเฉพาะช่วงเย็นก็ได้ เมื่อต้นอายุประมาณ 2 เดือนสามารถลดการให้น้ำได้ อยู่กับความเหมาะสม

 

5.การใส่ปุ๋ย

แบ่งใส่เป็นระยะ ดังนี้
– อายุ 60 วัน ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ประมาณ 125 กรัมต่อต้น หรือ 300-400 กรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร
– อายุ 90-110 วัน ให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 300-500 กรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร

 

6.โรคและศัตรูพืชที่สำคัญ

1) วัชพืช: ควรกำจัดโดยการถอนโดยเฉพาะในระยะแรกปลูกถึง 2 เดือน การจัดวัชพืชทุกครึ่งเดือนจนกระทั้งฟ้าทะลายโจรเจริญคลุมแปลง
2) โรค: ไม่พบโรคที่ทำความเสียหายรุนแรง เพียงแต่ทำความเสียหายเล็กน้อย ได้แก่ โรคโคนเน่าและรากเน่าจากเชื้อราหากพบให้ถอนทำลายทันที โรคแอนเทรคโนส พบตรงกลางหรือปลายใบ หากพบให้ตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้ง
3) แมลง: ไม่พบแมลงชนิดใดที่ทำความเสียหายรุนแรง

 

7.การเก็บเกี่ยว

วิธีเก็บคือ ตัดยอดอ่อนช่วงเริ่มออกดอกจนถึงดอกบาน 50% 1 ฝ่ามือ แล้วเหลือตอไว้ รอประมาณ 2-3 เดือน ก็จะเริ่มออกดอกอีกครั้ง และเมื่อดอกเริ่มบานก็สามารถเก็บใบมาใช้ประโยชน์ได้อีกรอบ ฟ้าทะลายโจร 1 ต้นสามารถเก็บมาทำยาได้ 2-4 ครั้ง

จากนั้นนำมาคัดแยกสิ่งแปลกปลอม เช่นวัชพืชออก ล้างด้วยน้ำสะอาด ตัดเป็นท่อนประมาณ 2-3 เซนติเมตร แล้วผึ่งให้แห้งหรืออบด้วยเครื่องอบแห้งแบบลมร้อนที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียสใน 8 ชั่วโมงแรก และลดอุณหภูมิเหลือ 40-45 องศาเซลเซียส อบต่อจนแห้งสนิท มีสัดส่วนผลผลิตสดต่อผลผลิตแห้งอัตรา 4:1 กิโลกรัมผลผลิตแห้งสามารถเก็บไว้ได้นานประมาณ 1 ปี

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
2. สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
3. มูลนิธิสายใยแผ่นดิน
4. http://www.agriman.doae.go.th/home/Research/Herb57/2018.pdf
5. http://agknowledge.arda.or.th/andrographispaniculata/?page_id=860
6. https://bit.ly/3d68Qrr